[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by KMOBECMAXSITE 1.2.1
    


วิชาการ
เรื่อง : เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว ป.๒ ถึง ม.๓



 

เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว ป.๒ ถึง ม.

.
                           สภาพปัญหาที่ยังคงดำรงอยู่มีทั้งที่แจ้งชัดและซ่อนเร้น ที่แจ้งชัดคือครูผู้สอนสามารถบอกได้จากสภาพการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของนักเรียนคนหนึ่งคนใดได้โดยทันที แต่ที่ซ่อนเร้นคือนักเรียนที่ดูเหมือนอ่านได้บ้างแต่เขียนไม่ได้จริงแท้ ต้องทดสอบด้วยการให้ “เขียนตามคำบอก” จึงจะรู้แน่ชัดว่าเขียนได้หรือไม่ได้ในระดับใด [การทดสอบด้วยการอ่านเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถทราบถึงทักษะการอ่านเขียนอย่างแท้จริงของเด็ก เนื่องจากเด็กที่เรียนรู้มาด้วยการจำอาจจะอ่านคำได้ แต่เขียนไม่ได้]
                          จัดทำแบบทดสอบเพื่อการ “เขียนตามคำบอก” ขึ้น สำหรับให้ครูใช้ทดสอบเขียนตามคำบอกแก่นักเรียนตั้งแต่ ป.๒ ถึง ม.๖ มีจำนวนคำทดสอบรวม ๕๐ คำ เนื้อหาอยู่ในมาตรฐานที่นักเรียนซึ่งผ่านการเรียนจากชั้น ป.๑ อย่างมีคุณภาพจะต้องเขียนได้ไม่น้อยกว่า ๒๕ คำ (หรือ ๕๐%) นั่นหมายความว่า ถ้านักเรียนชั้น ป.๒ ถึง ม.๖ คนใดได้คะแนนน้อยกว่า ๒๕ ให้ถือว่า “ไม่ผ่าน” จำเป็นต้องดำเนินการสอนแก้ปัญหาต่อไป ข้อทดสอบทั้ง ๕๐ คำมีความครอบคลุมสาระสำคัญต่อไปนี้
๑.ครอบคลุมพยัญชนะต้นทั้ง ๓ หมู่ (กลาง-ต่ำ-สูง)
๒.ครอบคลุมมาตราสะกด แม่ ก กา แม่กง แม่กน แม่กม แม่เกย แม่เกอว แม่กก แม่กด และ แม่กบ (เฉพาะคำสะกดตรงมาตราเท่านั้น)
๓.ครอบคลุมคำควบกล้ำและอักษรนำ
๔.ครอบคลุมการผันเสียงวรรณยุกต์ เอก โท ตรี และ จัตวา

ข้อทดสอบมีดังนี้
คำทดสอบ
ให้ครูที่ออกเสียงอักขระภาษาไทยชัดเจนเป็นผู้อ่านคำต่อไปนี้ให้นักเรียนฟังคำละ ๒ ครั้ง แล้วให้นักเรียน “เขียนตามคำบอก” ลงในกระดาษทดสอบ
คำที่มีพยางค์มากกว่าหนึ่งซึ่งนักเรียนเขียนถูกไม่ครบ เช่นเขียน ทุ่งนาแล้ง เป็น ทุ่งนาแล่ง ถือว่าเขียนถูกครึ่งคำผิดครึ่งคำ อย่างนี้ให้ “ครึ่งคะแนน” แต่ถ้าคำใดเขียนถูกเสียงแต่ผิดรูปให้ครูให้คะแนนเต็มไปก่อน เช่นเขียน ข้างล่าง เป็น ค่างล่าง ก็ให้ถือว่าเขียนถูกตามเสียงที่ครูเปล่ง เรื่องนี้ครูค่อยๆ ฝึกนักเรียนสังเกตจดจำรูปคำที่กำหนดใช้แท้จริงในภายหลัง
กาแฟ ทอผ้า มะลิลา สึนามิ อายิโนะ
เตาะแตะ ฉอเลาะ เล้าไก่ เข้าถ้ำ ขยำขยี้
ปิงปอง โผงผาง ข้างล่าง ทุ่งนาแล้ง อึ่งอ่าง
ไอโอดีน ปิ่นโต เส้นด้าย เล่นโขน ฟ้อนรำ
ซุ่มซ่าม ยิ้มแย้ม อ่อนน้อม รอยเท้า กุ้งฝอย
ผิวขาว แน่วแน่ ของฝาก ปึกแผ่น กุ๊กกิ๊ก
ชอกช้ำ เจียระไน เผื่อแผ่ ด้ามมีด ฮึดสู้
โหดร้าย หุบเหว ตะเกียบ บ่ายเบี่ยง เลื่อนเวลา
ทะเล่อทะล่า จดบันทึก ส้วมซึม กวยจั๊บ พริกเผ็ด
รื่นเริง ปลาบปลื้ม เคลื่อนคล้อย หยิ่งผยอง สลักเสลา

                   วิธีสอนแก้ปัญหาตามหนังสือ เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว ได้กำหนดระยะเวลาในการสอนแก้ปัญหานักเรียนตั้งแต่ชั้น ป.๒ ถึง ม.๖ ที่ไม่ผ่านการทดสอบ ให้ฝึกอ่านเขียนเรียนรู้กับ ครูอาสาแก้ปัญหา วันละ ๑ ชั่วโมง ต่อเนื่องไปเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๘๕ ชั่วโมง หรือ ๔ เดือน ซึ่งจากการวิจัยและปฏิบัติการในหลายโรงเรียน หลายจังหวัด ได้ผลสัมฤทธิ์ยืนยันว่า หลังจากการดำเนินการสอนตามแบบฝึกที่กำหนด (ในหนังสือ) ครบเต็มเวลาและวิธีการ นักเรียนจะ “อ่านออกเขียนได้” ผ่านเกณฑ์ทดสอบทุกคน ยกเว้นนักเรียนที่บกพร่องทางสติปัญญาเท่านั้น
                     ผู้อำนวยการโรงเรียน หรือผู้บริหารสถานศึกษา หรือผู้มีอำนาจในการบริหารจัดการการเรียนการสอน และมีอำนาจในการดำเนินการต่างๆ เกี่ยวกับวิชาการของโรงเรียนจะต้องพร้อมปฏิบัติการ "เอาจริง" กับเรื่องนี้ โดย "ไม่ทำ" และ "กระทำ" เพื่อการแก้ปัญหาดังนี้


๑.ไม่ทำ...
โรงเรียนต้องไม่ทำสามวิธีการต่อไปนี้ (ซึ่งล้มเหลวกันมามากแล้ว)
              (๑) ไม่ใช้วิธีการให้ครูแต่ละคนหรือแต่ละชั้นเป็นผู้ร่วมแก้ปัญหา...เพราะวิธีนี้จะทำให้เปลืองครูและเปลืองเวลา อีกทั้งทำให้ครูแต่ละคนต้องพะวักพะวง ต้องแบ่งเวลาจากเด็กปกติมาเพื่อการสอนแก้ปัญหา จะทำได้ไม่เต็มที่ และจะเสียผลทั้งสองทาง
              (๒) ไม่ใช้เวลาพักว่าง หรือก่อนนักเรียนกลับบ้าน...เพราะช่วงเวลาดังกล่าวเด็กจะไม่มีจิตใจพร้อมที่จะเรียนรู้ เนื่องจากอยากพัก อยากเล่น หรืออยากดำเนินชีวิตเป็นปกติเหมือนเด็กคนอื่นๆ เมื่อจิตไม่พร้อมเรียน ผลของการเรียนการฝึกฝนก็จะได้ไม่เต็มที่
              (๓) การกระทำใดๆ ก็ตาม ที่ทำให้เด็กรู้สึกเสียเกียรติยศ เสียหน้า รู้สึกอายหรือขายหน้า...เพราะเด็กจะขาดกำลังใจ และอาจจะหลีกหนี ทั้งนี้เพราะพวกเขาล้วนมีปมด้อยน้อยเกียรติภูมิเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ครูผู้หวังดีต่อพวกเขาไม่ควรซ้ำเติม

๒.กระทำ...
โรงเรียนพึงกระทำการตามลำดับต่อไปนี้
(๑) ทดสอบเด็กทั้งโรงเรียน ยกเว้น ป.๑ ด้วยคำ ๕๐ คำ ตามแนวทางข้างต้น
(๒) ให้เด็กที่เขียนตามคำบอกไม่ผ่านทุกคนเข้าโครงการ
(๓) จัดกลุ่มเด็กตามข้อ ๒ เป็นกลุ่มละไม่เกิน ๒๐ คน (โดยคำนึงถึงวัย หรือความสามารถเรียนรู้ที่ใกล้เคียงกัน) ให้แต่ละกลุ่มมาเรียนกับครูอาสาวันละ ๑ ชั่วโมง...ครูอาสา ๑ คน จะรับแก้ปัญหาเด็กได้ถึง ๑๐๐ คน ทั้งนี้ ครูอาสาจะต้องว่างจากงานอื่นๆ ทั้งปวง เพื่อทุ่มเทเวลาให้กับการแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ นั่นคือจัดตารางสอนของตนเป็นวันละ ๕ ชั่วโมง ให้เหลือเวลาเตรียมการสอนและตรวจงานวันละ ๑ ชั่วโมง
(๔) ให้ครูอาสารับหน้าที่สอนในเวลาปกติ พร้อมๆ กับชั่วโมงเรียนปกติของวิชาอื่นๆ...นั่นหมายความว่า เด็กที่เข้าโครงการแก้ปัญหานี้จะต้องทิ้งชั่วโมงเรียนในวิชาปกติมาเรียนกับครูอาสาวันละ ๑ ชั่วโมง โดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ด้วยเหตุนี้จึงต้องอาศัยความเห็นชอบของผู้บริหารโรงเรียน ที่พร้อมกำหนดวาระพิเศษเพื่อการนี้เป็นเวลาอย่างน้อย ๘๕ วันสำหรับเด็กที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ครูทุกคนในโรงเรียนต้องพร้อมให้ความร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็นวิชาคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ก็ต้องไม่กักตัวเด็กให้นั่งเป็นใบ้อยู่ในชั่วโมงของตนอีกต่อไป ให้เขามารักษาโรคอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้กับครูอาสาก่อน
(๕) กิจกรรมการสอน ให้ครูอาสานำเด็กฝึกทักษะวันละ ๑ ชั่วโมง ใน ๔ ทักษะ ดังนี้
-นำฝึกออกเสียงอ่านแจกลูก-สะกดคำ-ผันเสียง...วันละ ๓๐ นาที
-นำฝึกออกเสียงอ่านคำ อ่านเรื่อง...วันละ ๑๐ นาที
-ฝึกคัดคำหรือคัดลายมือจากคำที่อ่าน...วันละ ๑๐ นาที
-ทดสอบเขียนตามคำบอกจากคำที่ฝึกอ่านแล้ว...วันละ ๑๐
นาที

ทั้งนี้ ต้องเน้นย้ำกระบวนการ แจกลูก สะกดคำ และ ผันเสียง เป็นสำคัญ เช่น ตะปู ให้เปล่งเสียงอ่านแจกลูกว่า "ต-อะ-ตะ / ป-อู-ปู...ตะปู" หรือ แม่ ให้เปล่งเสียงอ่านแจกลูกว่า "ม-แอ-แม / แม-เอก-แม่" หรือ บ้าน ให้เปล่งเสียงอ่านแจกลูกว่า "บ-อา-บา / บา-น-บาน / บาน-โท-บ้าน" เป็นต้น

สาระสำคัญของเนื้อหาและขั้นตอนในการฝึกนักเรียนให้อ่านออกเขียนได้

เดือนแรก อ่านเขียนแจกลูก แม่ ก กา และผันเสียง ๒๐ ชั่วโมง
เดือนที่สอง อ่านเขียนแจกลูกสะกดคำ แม่กง กน กม เกย เกอว และผันเสียง ๒๕ ชั่วโมง
เดือนที่สาม อ่านเขียนแจกลูกสะกดคำ แม่กก กด กบ และผันเสียง ๒๐ ชั่วโมง
เดือนที่สี่ อ่านเขียนแจกลูกคำสระลดรูป คำสระเปลี่ยนรูป คำควบกล้ำ คำอักษรนำ และผันเสียง ๒๐ ชั่วโมง


สรุป...ปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญก็คือ
     ๑.ครูสอนไม่ครบเต็มเวลาที่กำหนด มักมีเหตุแทรกซ้อนเช่น โรงเรียนมักมัวแต่เสียเวลาไปกับการแข่งขันกีฬาเกินจำเป็นบ้าง วุ่นวนกับกิจกรรมตามคำสั่งนอกภาระการสอนบ้าง และรวมทั้งครูเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำผลงานทางวิชาการก็ล้วนเป็นเหตุขัดขวางการกระทำเพื่อเด็กๆ อย่างแท้จริง
    ๒.ผู้บริหารโรงเรียนมักไม่ให้ "ไฟเขียว" เรื่องเวลาปฏิบัติและการมาฝึกอ่านเขียนของนักเรียนกับ "ครูอาสา" อย่างจริงจัง โดยอาจให้สอนซ่อนเสริมกันตามอัธยาศัย ช่วงพักเล็กพักน้อย หรือพักกลางวัน หรือก่อนนักเรียนกลับบ้านตอนเย็น รวมๆ แล้วก็คือสอนไม่ต่อเนื่อง ไม่ครบเต็มเวลา และไม่ครบทักษะ
      ๓.ปัญหาในทิศทางความเชื่อของ "วิถีปฏิบัติ" ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะการวิ่งตามกระแสทฤษฎีและแนวคิดจากต่างประเทศ จนลืมรากเหง้าภาษาไทย
.


ผู้เขียน : ชไมพร
หน่วยงาน : อนุบาลบ้านเพนียด
อังคาร ที่ 27 เดือน กันยายน พ.ศ.2554
เข้าชม : 1716
4.5 stars เฉลี่ย : 4.5 จาก 7 ครั้ง.


วิชาการ 5 อันดับล่าสุด

      เผยแพร่บทคัดย่อผลงานวิชาการ 27 / มิ.ย. / 2557
      รายงานการวิจัยและพัฒนารูปแบบการบริหารหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนท่าตะโกพิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 30 / พ.ย. / 2556
      เผยแพร่บทคัดย่อผลงานวิชาการ 24 / มี.ค. / 2556
      รายงานการพัฒนาแบบฝึกทักษะการเล่นกีฬาเปตอง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดลำนาว 4 / เม.ย. / 2555
      เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว ป.๒ ถึง ม.๓ 27 / ก.ย. / 2554


เชิญร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยสมัครเป็นสมาชิกของศูนย์จัดการความรู้
สิทธิของสมาชิก สามารถบันทึกขุมความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และดาวน์โหลดได้
คลิกที่นี่สมัครสมาชิก